Top

“มานิ” ชนเผ่าแอฟริกันผู้เป็นเอเชี่ยน
ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาโซมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวจังหวัดภาคใต้ จังหวัดหนึ่ง

ผู้มีเกาะหลีเป๊ะเป็นของตัวเอง… ซึ่ง หลายคนรู้จักหลีเป๊ะแต่ไม่รู้จัก
” สตูล “

พอได้รู้ว่าจะได้เข้าไปพบกับมานิ..โซนึกอะไรไม่ออกเลย ไม่รู้เลยว่าคืออะไร
เอ๊มันชื่อของสถานที่หรือเปล่าตอนนี้ หลายๆคนก็กำลังงงงวยอยู่เหมือนกันอะดิ
ถ้าบอกว่าเงาะป่าซาไกละ……แหม่ ร้องอ๋อตั้งแต่2กิโลก่อนเข้าบ้านมานิละม้าง
เอาจริงๆก็เคยได้ยินชื่อนี้มาตลอด(ซาไก)แต่ไม่เคยเจอจริงๆนะ
เคยเห็นในทีวีแว๊บๆ ทำไมแว๊บๆอ๋อไม่ได้ตั้งใจดูไง

หลังจากที่ได้เข้าพบพวกเขาโลกของเราเปลี่ยนไป(อีกแล้ว)จ้า…คือโห โหหหหห
ประเทศไทยยังมียังงี้จริงๆเหรอเนี่ยเจ้าคะคุณพี่เหมือนหลุดไปอยู่ที่ทวีปแอฟริกาจริงๆ
เคเข้าเรื่องกันดีกว่านะ คนไทยขี้เกียจอ่านหนังสืออยู่ เดี๋ยวจะกดปิดหนีไปก่อนพอดี

มานิ….Maniq แปลว่า Human Being แปลว่า มนุษย์!! ก็พวกเขาเป็นมนุษย์เหมือนเราๆเนี่ยล่ะ ซึ่งเป็นภาษา Tonga (ภาษาอะไรวะเนี่ย..ขออภัย) คิดว่าคือภาษาของพวกเขาค่ะ

เขาบอกว่า เขาไม่ใช่ซาไก..เพราะอะไรรู้ไหม
เพราะซาไกแปลว่าทาสจ้ะที่รัก ความมุ้งมิ้งของเขาก็คือเขาจะอยู่กันเป็นกลุ่มเล็กๆ(Band) กลุ่มนึงก็มีสองสามครอบครัว แต่กระจายอยู่หลายๆกลุ่มไม่ไกลกัน.. รวมไปรวมมาก็หลายร้อยชีวิตอยู่เหมือนกัน
เพราะครอบครัวนึงค่อนข้างใหญ่..
ยกตัวอย่างคนนึง ชื่อกำนัลไข่ มีเมีย3 ลูก 17 พระเจ้าจ๊อด.. การครองเรือนหรือมีครอบครัวก็เลยจึงไม่ไปไกลกันมาก การมีคู่วนเวียนอยู่ในเผ่า วงศาคณาญาติ หมายถึงในกลุ่มเป็นร้อยคนเนี่ยเขาก็น่าจะเป็นญาติกันหมดเลยล่ะ

“The Professional Hobo”

“Never Ending Footsteps”

ตรงนี้เนี่ยพีค..ในเรื่องการจีบกันของเขา
ถ้าเขาชอบพอคนไหนแล้วผู้ชายจะชวนผู้หญิงไป
” ขุดมัน ” คือออกไปหาหัวมันในป่านั้นแหละ ถ้าผู้หญิงยอมไปด้วยก็แปลว่า โอเค แล้วล่ะ
เพราะเขาไม่ได้ไปขุดมันกันจริงๆหรอก เพราะกลับมาจากขุดมันปุ๊บ
พวกเขาจะประกาศว่าเป็นผัวเมียกันทันที
เอออออง่ายแฮะ.. ไม่ต้องเปย์ ไม่ต้องขอไลน์

.

.

พวกเขาสร้างบ้านกับใบไม้เอามาสานเป็นผนังๆ เอาใบกล้วยปิดทับอีกที
พอใบกล้วยเริ่มแห้งก็ย้ายบ้านหนี..เอ้างง 55555 นี่ก็งงเหมือนกันอะ
ทำไมไม่เปลี่ยนใบใหม่อะ 5555

ว่ากันด้วยเรื่องย้ายบ้านหนีเนี่ย
ถ้ามีคนตายเขาก็วางศพไว้ที่นั่นแหละเอาใบไม้ปิด
แล้วย้ายหนีทั้งกรุ๊ปเลยไปให้ไกลๆ แล้วจะไม่กลับมาอีกแล้ว

เพราะเขากลัวผีกันนะพวกเขาขับถ่ายบริเวรรอบๆแคมป์พวกเขาเลย
แต่มิได้มีวิวัฒนาการ การกลบฝังแต่อย่างใด พอมันเริ่มเต็มเริ่มเยอะ
เอ้าากูไปหาที่ตั้งแคมป์ใหม่ต่อไป
พอบ้านที่อาศัยใบไม้แห่ง เริ่มเหี่ยว เริ่มไม่มั่นคง
เขาก็หาที่ย้ายแคมป์ต่อไป สรุปนี่เอะอะวาร์ปอย่างเดียวเลยหรอคะลูกพี่

อาหารการกิน
แน่นอนพวกเขายังได้ชื่อว่าเป็น Forest People หรือคนป่านะพวกเขาก็ล่าสัตว์
เก็บพืชเป็นอาหารเหมือนเผ่าอื่นๆในสารคดีเลย
มีการล่าหมูหลุม (หมูที่อาศัยในหลุม กูเกิ้ลเอาเอง) แล้วก็สัตว์อื่นๆ

ตอนนี้พวกเขาเลิกใส่ใบไม้เป็นชุดแล้วเริ่มมีความเป็นคนเมืองมากขึ้น มีเสื้อผ้าใส่
แต่แอบเห็นเครื่องประดับก็ยังเป็นฟันสัตว์ กระดูกของสัตว์อยู่
ตอนนี้พวกเขาเริ่มรู้ภาษามากขึ้น บางคนเริ่มพูดภาษาใต้ได้เพราะได้ติดต่อกับคนท้องถิ่น…
ตอนนี้พวกเขาคือคนไทย มีบัตรประชาชน และความเท่าเทียมกันเหมือนพวกเราคนไทยทุกคน..
เพียงแต่ตอนนี้พวกเขาขาดการศึกษา และเด็กรุ่นใหม่ๆกำลังได้รับการศึกษา
ได้รับความดูแลพื้นฐานมากขึ้น เช่นเจ็บป่วยก็เริ่มไปโรงพยาบาลค่ะ
สาวๆก็เริ่มไปคลอดกันที่โรงพยาบาลมากขึ้น… แต่รวมๆแล้วทั้งหมดก็ยังให้ความรู้สึก
ว่าพวกเขาเปลี่ยนไปแค่เสื้อผ้าเท่านั้นเอง ใจก็ไม่อยากให้เขาเปลี่ยนไป
แต่สังคมและโลกภายนอกมันกินขอบ เข้าไปหาเขาเรื่อยๆ
ถ้าเขาไม่มีการปรับตัว การเปลี่ยนแปลงก็คงจะอยู่ยากมากขึ้น

.

.
บริเวณที่พวกเขาอยู่ ก็รายล้อมไปด้วยรีสอร์ทนะ เดี๋ยวนี้คนไปคนมาก็นำอาหาร
นำของใช้ นำขนมเอาเข้าไปบริจาค (พวกเขาแฟร์มากเขาจะแบ่งทุกๆอย่างเท่ากันหมด
หากไม่เท่ากัน เด็กจะได้ก่อน รองมาก็คือ ผู้หญิง คนชรา และ ผู้ชาย )
ใจนึงมันก็ดี ใจนึงโซก็ไม่อยากสร้างวัฒนธรรมผิดๆให้กับพวกเขา
ที่อาจจะไม่หาอาหารอีกแล้วและนั่งรอนักท่องเที่ยวเอามาให้…
แต่อย่างที่บอกเราเปลี่ยนสังคมโลกภายนอกไม่ได้จริงๆ การเปลี่ยนแปลง
การปรับตัวย่อมมี…และโซหวังว่ามันจะเกิดขึ้นบนความพอดี

ชาวมานิในไทยอันที่จริงที่โซอ่านและสืบเสาะหาข้อมูลมา พวกเขาคือ แอฟริกันแท้ๆ ที่อพยบมานานนนนนนนนนมาก (ก็ว่าพอไปถึงเหมือนไม่ได้อยู่ประเทศไทยเลย) ก่อนที่จะมีคนเอเชีย เข้ามาจับจองอาศัยในแผ่นดินซะอีก (น่าจะเข้าใจถูกแล้วนะ) แต่พวกเขาอยู่ในป่าและไม่ยุ่งไม่รบกวนกับใคร..พวกเขาก็คือพวกเดียวกับชนเผ่าทางมาเลย์ เห็นว่าเชื้อสายเดียวกัน อพยพมาพร้อมกันแแต่แยกกันไป พวกเขาอาศัยอยู่ในแถบเทือกเขาบรรทัด… ตอนแรกอยู่ที่จังหวัดตรัง
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่2 ก็ลำบากๆหน่อยๆก็ตรงที่อยู่ในป่า ก่อไฟ เกิดควัน เครื่องบินก็นึกว่าข้าศึกก็ปล่อยระเบิดลง ทำให้พวกเขาอยู่ไม่ได้อพยพไปเรื่อยๆ จนมาถึงจังหวัดสตูล

ถ้าใครอยากพบเจอพวกเขา
ก็ไปได้เลย ที่อ.มะนัง
อำเภอนี้มีทั้งถ้ำ น้ำตก และล่องแก่งเด็ดๆสวยๆซ่อนอยู่… แวะไปล่องแก่งแล้วลองถามที่รีสอร์ทก็ได้ค่ะ จะไปเจอพวกเขายังไง…ถืออาหารขนมติดไม้ติดมือไปฝากพวกเขาได้ค่ะ

จบล้าว..หากข้อมูลผิดพลาดช่วยแก้มาได้เลยค่ะ
ฟังจากชาวบ้านเล่าอีกทีนึงแล้วก็หาข้อมูลภาษาอังกฤษเพิ่มเติ่มมาอีกทีค่ะ ……

post a comment