Top

 เบตง เมืองเล็กๆชายขอบประเทศที่ตั้งอยู่ใน จ.ยะลา ติดชายแดนประเทศมาเลเซียมีเพียงภูเขาที่กั้นเอาไว้ เป็นเมืองนึงที่มีมนต์เสน่ห์ในตัวเองมากๆทั้งประวัติศาสตร์,วัฒนธรรม อาหารและผู้คนที่กว่าจะมาเป็นเบตงได้ในทุกวันนี้ได้เกิดการผสมผสานกันจนลงตัว ของชาวไทย จีนและมุสลิม ซึ่งเมื่อมาสัมผัสโซเนียไม่แปลกใจเลยที่ทำไมใครๆก็ตกหลุมรักดินแดนแห่งนี้  ทริปนี้นะคะเป็นการเที่ยวแบบ Road Trip กับแก๊งเพื่อนจริงๆแวะไปเรื่อยๆไปให้ครบ เน้นไปที่ๆอยู่ลึกลับตามซอก และเป็นทริปที่ไม่ได้วางแผนมาก่อนเลย มีเวลาเก็บของเพียงแค่สองชั่วโมงเท่านั้น เพื่อนก็มาลากขึ้นรถไปแล้วค่ะ  ไป.. ออกเดินทางกัน

Day1: หาดใหญ่-เบตง

วันแรก เริ่มเดินทางออกจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เดินทางด้วยรถยนต์มุ่งหน้าไป อ.เบตง จ.ยะลา นักท่องเที่ยวสามารถบินมาลงสนามบินหาดใหญ่และเช่ารถจากจุดนี้และลอกแผนการเดินทางได้เลย.. แต่หากใครไม่อยากเช่ารถ สามารถ ขึ้นรถตู้โดยสารหรือรถทัวร์ได้ค่ะ แต่จะลำบากเรื่องการเดินทางนิดนึงเมื่อมาถึงในเมืองเบตงแล้ว 

ทริปนี้เราขับจากหาดใหญ่มาถึงเบตงเราใช้เวลา 4ชม. พวกเราไม่เร่งรีบมีแวะทานกาแฟทานข้าวตามทางด้วยค่ะ 

 

+จุดแรกที่ควรแวะก่อนเข้าเบตงนั้นคือสะพานข้ามเขื่องบางลาง ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา เป็นจุดที่ถ่ายรูปกับบรรยากาศขุนเขาแบบเต็มๆก่อนเข้าเมือง

+ เมื่อมาถึงก็ค่ำพอดี.. เราไปทานอาหารเย็นที่ ต้าเหยิน ให้สั่งเคราหยก,ผักน้ำ,ไก่เบตง,

+ ไปเดินถ่ายรูปเล่นที่อุโมงค์มงคลฤทธิ์ 

+กลับมานั่งเล่นที่ร้านthe tunnel อยู่หน้าอุโมงค์เลย

Day2 : เที่ยวตะลอนภายในเมืองเบตง

วันที่ 2 ของการมาถึงเบตง วันนี้เราจะใช้เวลาในเบตงทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็น เป็นวันที่เต็มไปด้วยกิจกรรมมากมายจริงๆค่ะ ลอกกิจกรรมทั้งหมดได้เลย แต่ขอย้ำว่า ให้เก็บแรงไว้เยอะๆ เพราะใช้เวลาอย่างคุ้มค่าจริง


+ไปทานข้าวมันไก่ชื่อดัง..เจริญข้าวมันไก่ เป็นไก่เบตง ดีงามมาก

+ไปดูสนามกีฬาที่สูงสุดในประเทศเนื่องจากเป็นสนามกีฬากลางหุบเขา
+ไปดูพิพิธภัณฑ์เบตง.. และขึ้นไปถ่ายรูปบนหอคอยด้านบนสุด
+ไปถ่ายรูปกับ Street Art มีอยู่ทั่วเมือง
+ไปดูบ่อน้ำศักสิทธิ์ และลานประหารโบราณที่กำแพงเมืองในอดีตชิมกาแฟแท้จากชาวบ้านที่ชุมชนกาแป๊ะกอตอ
+ ไปศักการะพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่วัดพุทธาธิวาส
+เดินเล่นแถวหอนาฬิกา ถ่ายรูปกับ street art
+ค่ำๆเดินชิมโรตีและขนมต่างๆ ริมถนน
+แวะร้านชำโบราณ ร้านแป๊ะคอยาว
+ไปนอนคูลแค้มปิ้งรีสอร์ทที่อัยเยอร์เวง

หน้าร้านข้าวมันไก่
ข้าวมันไก่เบตงร้านดัง รสชาติดีมากๆแถมราคาถูก

วันที่2นี้ เราเริ่มต้นการตะลุยเบตง ด้วยการมาชิมไก่เบตง ที่ได้สืบเสาะจากคนพื้นที่ว่า ร้านนี้แหละ อร่อย

ต้องลองมาทานชื่อร้านว่า “เจริญ ข้าวมันไก่เบตง” โซเนียอยากบอกว่าสมคำร่ำลือจริงๆค่ะราคาเป็นมิตรอีกตั่งหาก

การเดินทางมาร้านนี้เราใช้วิธีเสิร์จกูเกิ้ลแมพง่ายๆเลย… และครึ่งวันเช้านั้นเราใช้เวลาดื่มด่ำเบตงไปกับสถานที่ต่างๆในเมือง

รอบๆเมืองโดยหลังจากอิ่มแล้ว เราไปต่อกันที่สนามกีฬาและพิพิธภัณฑ์เบตงค่ะ.     

ช่วงบ่ายพวกเราแวะถ่ายรูปกับ Street Art ที่เจอตามทางผ่าน.. และหลังจากนี้ จะมี “แบจู” ผู้เป็นไกด์ท้องถิ่นแห่งนี้

พาเราตะลอนไปยังสถานที่ๆ คนทั่วไปไม่คุ้นเคย  นั่นคือชุมชนกาแป๊ะกอตอ ไปดูบ่อน้ำศักสิทธิ์และลานประหารโบราณ

ที่เคยเป็นกำแพงเมืองในอดีต หลังจากนั้นก็ไปชิมกาแฟแท้จากชาวบ้าน ที่รังสรรค์ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำรายได้เข้าชุมชน

กลับออกมาจากหมู่บ้านเราไปศักการะพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่วัดพุทธาธิวาส

แล้วแดดร่มลมตก เวลาเย็นพอดี เราไปเดินเล่นแถวหอนาฬิกาแวะถ่ายรูปกับ street art ซึ่งมีอยู่หลายจุดรอบๆเลย

เดินไปเรื่อยๆก็จะพบได้ ตก ค่ำๆเดินชิมโรตีและขนมต่างๆตามถนนเป็นอาหารเย็นและไฮไลท์ที่ต้องแวะเลย

คือร้านชำโบราณ “ร้านแป๊ะคอยาว” และจบทริปวันนี้ด้วยการไปค้างที่ “คูลแค้มปิ้งรีสอร์ทที่อัยเยอร์เวง

พระพุทธธรรมกายมงคลประยุรเกศานนท์สุพิธาน เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธ์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ร้านแป๊ะคอยาว ที่มีตำนานการขายขนมตรงนี้มาอย่างยาวนานหลายสิบปี

ที่พัก  : ที่พักมีหลายที่ใกล้ๆทะเลหมอกถ้าหากต้องการวิวสวยๆ ใกล้ชิดทะเลหมอก ควรจองมาก่อนค่ะ 

Day3 : ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

             วันที่3 ของการมาเยือนเบตง พวกเราออกมานอนนอกเมืองตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อที่จะได้ตื่นไปดูทะเลหมอก อัยเยอร์เวง ที่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก และเริ่มเที่ยวบริเวณรอบๆ ทั้งสะพานแขวน ชิมก๋วยจั๊บแช่ขา และเดินทางกลับค่ะ 

 

+ ตื่นแต่เช้าไปชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง 
+ แวะถ่ายรูปตามจุดต่างๆระหว่างทาง
+ แวะถ่ายรูปทะเลหมอกกับโพรงไม้
+ แวะทานอาหารพื้นเมือง
+ ไปสะพานแขวนแต่ปูซู
+ นั่งกินก๋วยจั๊บในลำธาร
+ ปิดท้ายด้วยการแวะน้ำตกเฉลิมพระเกียรติ 

มาถึงจุดชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงแล้ว มีสองสิ่งให้เลือกคือ เดิน กับนั่งวินมอไซต์

เราเรื่องนั่งมอไซต์เพราะว่าอยากอุดหนุนชาวบ้านที่นี่ เป็นการกระจายรายได้เข้าชุมชน…

คนขับก็เป็นคนที่นี่เลยค่ะ เป็นอาชีพกันไป  ค่าบริการก็ 15 บาทเท่านั้นเอง

ปล.ทางจะเป็นฝุ่นๆหน่อย หาผ้าปิดไปด้วย  นั่งแค่แป๊บเดียวก็ถึงแล้วค่ะ

วิวข้างหลังคือทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
วิวทะเลหมอกจุดที่ 2 ระหว่างทาง

ข้าวแกงที่เราแวะทานช่วงสายๆของวันนี้คือ ร้านข้าวแกงของแม่ “แบจู” ผู้เป็นคนนำเที่ยวให้เราในทริปนี้

โดยอาหารจะมีเอกลักษณ์ ไม่ได้หาทานได้ทั่วไป คือเป็นอาหารมุสลิมของชาวมุสลิมที่นี่เลยค่ะมีเมนูแปลกๆที่

ไม่คุ้นหูหลายเมนู เช่น ข้าวเหนียวที่ทานกับมะพร้าวและปลาเค็ม ซึ่งอร่อยลงตัวเหลือเชื่อเลยค่ะ 

ร้านข้าวของคุณแม่แบจู

        หลังจากทานข้าวอิ่มแล้ว แบจูพาเราเดินออกไปยังข้างๆร้าน ซึ่งอยู่ห่างเพียงไม่กี่เมตร นั่นคือ “สะพานแตปูซู” ซึ่งเป็นสะพานแขวน ข้ามฝั่ง มีชาวบ้านใช้สัญจรไปมา ข้ามแม่น้ำเล็กๆที่ไหลผ่านอยู่ เดินเล่นถ่ายรูปกันพอประมาณ เราไปต่อกันที่ ก๋วยจั๊บห้อยขา ซึ่งเป็นร้านของชาวบ้าน ขายก๋วยจั๊บบริเวณใกล้ๆลำธาร แต่สามารถยกไปทานไปแช่น้ำไปได้ ไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้างอะไรลงไปยังลำธารค่ะ เราทั้งแช่ทั้งพักผ่อนกันที่นี่ สนทนากับผู้คนที่มาเล่นน้ำในบริเวณนั้นจนผ่อนคลาย แบจูพาแวะที่สุดท้ายนั่นคือ “น้ำตกเฉลิมพระเกียรติร.๙” เป็นน้ำตกที่ค่อนข้างลึกลับ และใช้เวลาเดินเข้าไปนิดหน่อย  พวกเราทิ้งตัว นั่งคุย นอนกลิ้งไปกลิ้งมา แชร์เรื่องราวต่างๆกันจนบ่าย แล้วจึงออกเดินทางกลับค่ะ 

สะพานแตปูซู
ก๋วยจั๊บแช่ขา
น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.๙

 ค่าใช้จ่าย : 3 วัน 4คน รวมทั้งหมดหารกันทุกอย่างตกคนละ 2000฿ เท่านั้น

ทริปเบตง..สั้นๆนี้สนุกไม่เบาเลย ใช้เวลาสั้นๆเพียง 3วันเท่านั้น ก็เที่ยวกันจนเมื่อยขา แถมได้รูปกลับไปอีกเพียบ

เพราะแต่ละจุดนั้นถ่ายรูปเก๋ๆได้ทั้งนั้น จริงๆเบตงยังมีที่ท่องเที่ยวอีกเยอะมากเลยค่ะ ซึ่งถ้าใช้เวลาเที่ยวให้ครบทั้งหมด 

         อาจจะต้องใช้ถึงสี่ห้าวันกันเลยค่ะ ….