Top
#คืนละ3000 ฉันเข้าใจวิถีของคนที่นี่ อาจไม่ทั้งหมดแต่ฉันเริ่มเห็นภาพว่าการต้องดิ้นรนในเมืองใหญ่ๆนั้นมันเป็นยังไง
เขาอาจจะไม่ใช่คนระดับล่างที่สุดของเมือง ซึ่งฉันคิดว่ามันคงจะมี..
ฉันคิดว่าทุ่งนา ไร่สวนแถวบ้านเรา ยังไงก็คงดีกว่าห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่มีแม้แต่ระเบียงหน้าต่างเลย.. อย่าว่าแต่หน้าต่างเลย ทีวีสักเครื่องก็ไม่มี
ฉันอาจจะไม่ได้ไปนอนเบียดเสียดในรูเล็กๆแบบในรูป ที่เคยดูตามข่าวแต่พวกเขาใช่ค่ะ ดิฉันไร้ความเกรี้ยวกราดหมดสิ้นทันทีที่เห็นสภาพความเป็นอยู่ของเขาค่ะ ก่อนกลับเขาขอโทษฉันแล้วขอโทษฉันอีกเรื่องต่างๆ ฉันยิ้มให้เจ้แกสวมกอดแกหลวมๆ บอกแกว่าไม่เป็นไรนะ ฉันเข้าใจ.
… คืองี้ตอนนั้นค่ะความเปรี้ยวในตัวมันแรง ไม่ใช่ไม่อาบน้ำนะคะหมายถึงอยากลองของ!! มันแรงมว๊ากกกดิชั้น..ไปลองนอนบ้านชาวบ้านที่เปิดใน airbnb ดูค่ะคุ๊ณ ความฮ่องกงอะ..ที่พักปกติที่คนแบบเราแตะได้ตอนนั้นพันห้าสองพันก็คุณภาพชีวิตราวๆโรงแรมจิ้งหรีดแถวบ้านเราแหละ ใครไปจะรู้ว่าโรงแรมดีๆแพงมาก..(ซึ่งไม่เทียบกับตอนนี้แล้วกันนะ)
ความเปรี้ยวที่2 คือมรี๊งงตอนนั้น airbnbก็ยังไม่ได้ดังมากที่พักก็จะมีความผสมกันหลายแบบ ดิบเลยก็มี ดีมากไปเลยก็มี
และแน่นอนค่ะ..ผู้หญิงอย่างอีชั้น..เลือกดิบซิคะ!!!
เข้าเรื่องเลยนะ….ฉันได้วันที่เดินทางล่วงหน้าสองอาทิตย์ไปฮ่องกง และฉันต้องรีบหาที่พักเพราะถ้าไม่รีบ อาจจะต้องไปนอนข้างถนน.. น้ำตาไหลพรากเพราะฉันไม่มีเงินพอจะนอนคืนละห้าหกพันน่ะสิ!! แล้วตอนนั้นก็ไม่รู้ว่า ผีสางนางไม้เทวดาตนไหนดลจิตดลใจบอกว่า “มึง..ลองAirbnbสิ”….ค่ะ.. ในบัดดลเยี่ยงคนไร้สติ
จินตนาการถึงภาพอพาร์ทเม้นต์ที่เคยอ่านตามข่าว..อู้หูใช่ ฉันอยากรู้ว่าจริงไหม..มันต้องเผื่อฟลุ๊กมีสิ อย่ารอช้าเข้าแอพค่ะ
สิ่งที่เตะตาและราคารับไหวคืออาซิ่มเจ้านึงค่ะ
1.อาซิ่มไม่มีรูปโปรไฟล์ใดๆ แต่สัญชาติญาณดิบของฉันบอกว่าเจ้าของเป็นผู้หญิงค่ะมีอายุค่ะ
2.อาซิ่มแกใช้ username เป็นภาษาจีน ที่ดิฉันอ่านไม่ออกสักตัวเดียว..นอกจากจำเอาว่าสามขีด สองขีด หลังคาบ้านและไม้ง่าม
3.อาซิ่มลงรูปห้องไว้รูปเดียวค่ะ นั่นคือรูปเตียงเล็กๆในมุมนึง.. ที่อยู่ที่ลงไว้ ดิฉันไม่รู้จัก.. ส่วนการเข้าห้องต่างๆภาษาจีนหมด!! ……ถึงตอนนี้เป็นคนอื่นคงถอยทัพแล้ว   ไม่ได้ค่ะ ฉันตัดสินใจแล้วจะไม่มีอะไรมาหยุดถ้าภาษาดีๆก็เรียกว่า..ความอยากรู้อยากเห็นถ้าภาษาเข้าใจง่ายก็เรียกว่า.. เสือก นั่นเองค่ะ!
ว่าบาป ฉันผิดเองที่เหมารวมไปว่าคนฮ่องกงจะพูดภาษาอังกฤษได้หมดไม่ได้แม้แต่จะมีความเฉลียวใจใดๆเลยว่ามีคนจีนที่อพยพมาด้วยซึ่งไม่ได้ภาษาอังกฤษเลยสักนิดเดียว
ก่อนจะเมสเสจไปหาเจ้ก็อ่านรีวิวก่อนค่ะ อ่านๆๆๆๆๆ… เหมือนเยอะใช่มั้ยคะมีสองเจ้าค่ะ! เจ้านึงบอกว่าป้ามาช้า ติดต่อยาก ห้องโอเค เล็กไปหน่อย แต่คุณจะได้สัมผัสความเป็นฮ่องกงแท้ๆ ขีดเส้นใต้ตรงนี้ไว้เลยค่ะตาลุกวาวราวกับมีไฟ.. และที่สำคัญโลเคชั่นดีมากกลางเมือง ซึ่งตรงไหนแม่งก็ไม่รู้ คนเขียนเป็นคาเนเดี้ยนค่ะคนที่สองเราอ่านไม่ออกเพราะเป็นภาษาจีน
ฉันเมสเสจไปหาเจ้แกทันที แกตอบอย่างดีเลยค่ะ.. ดีมากๆ ต้อนรับขับสู้บริการด้วยใจอะไรแบบนี้ ก็แบบโอเคจ้าจองไว้น้าา หักเงินไป นัดแนะต่างๆดิบดี วันเดินทางก็มาถึง….

ย้อนกลับไปวันขึ้นเครื่อง  ก่อนขึ้นเครื่องก็ทักไปหาเจ้อีกรอบ กันแกลืมค่ะทักไปถามว่าให้นั่งรถอะไรลงตรงไหน เอากุญแจยังไงไปตึกยังไง   จ๊นนนนนนขึ้นเครื่องจนลงเครื่องถึงสนามบินเจ้แกเงียบ… รางไม่ดีแล้ว..ตอนนั้นถึงกับแบบ “เอ้าชิบหายแล้วกู” เจ้อย่าทำแบบนี้ดิ สามทุ่มแล้วด้วย

ยืนถือมือถือไปแลกบัตรปลาหมึกด้วยความระทึกตัวสั่นอยู่ไม่ติดกังวลใจราวกับคนได้กาแฟเกินโดสอะ งึกงักเลย
แล้วเจ้ก็ตอบค่ะ กรี๊ดด ตอบว่ายูขึ้นรถมาเลย a11 อะถามแกต่อว่าให้ลงตรงไหน แกเงียบไปสักแป๊บบอกว่าลงตรงการ์เด้นๆอะไรสักอย่างเนี่ยละค่ะ  แกบอกว่ารถน่าจะถึงสี่ทุ่มกว่าๆ เราก็นั่งแบบชิลๆเลยอีกนานชัวร์

ท่ามกลางความยุ่งเหยิง วุ่นวาย คึกคักของเมืืองที่ยังไม่หลับไหลรถบัสเราก็ได้ต๊ะต่อนยอนมาจนถึงที่ต้องลงแล้วค่ะ
อีในภาพนี้และ!!!

ไม่รอช้าค่ะ เป๋าหนัก แถมง่วงแล้วเจ้!!!! ฉันมาถึงแล้วได้โปรดตอบเดี๋ยวนี้ ฉันต้องทำอย่างไรต่อไปไหนต่ออะไรยังไงต่อ
แล้วเจ้ก็……… เงียบค่ะ ใช่ค่ะ เจ้ไม่ตอบบบบบกูอีกแล้ว
ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงอะเจ้ตอบมาแค่ว่า OK

อีหยังคือ OK อีเจ้ หนูไม่โอเคแล้ว หนูจะร้องไห้เหมือนขอทานที่นั่งข้างถนนของพลุงพลังไม่มีเงินกลับบ้านแบบนั้นเลย.
เราก็คิดบวกอะ นึกภาพ ok แล้วเจ้ก็คงกุลีกุจอรีบเก็บของออกจากห้องลงมารับแขกงี้..

ภาพระลึกชาติย้อนกลับมาเลยถึงอีรีวิวของพี่ฝรั่งคนนั้น ที่เขียนว่า ติดต่อยาก มาช้า… อห.. ใครจะคิดว่าติดต่อยากคือยากขนาดนี้ช้าคือช้าขนาดนี้ รอต่อไปค่ะ..โซเนีย ยูแฮฟโนช๊อยยส์

ผ่านไปเกือบชั่วโมงหลังจากเจ้ตอบ OK
นี่ก็รัวเมสเสจ รัวๆๆๆๆ เจ้อยู่ไหน หนูต้องทำไงต่อ
เอากุญแจยังไง ตึกอยู่ไหน บลาๆๆโว้ยยยย

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้วมองหารอบๆ มโนแจ่มๆเลยว่า
ใครก็ตามที่ทำท่าทีวิ่งมาหานั้นคืออีเจ้!!!

แล้วเจ้ก็ตอบว่า.. *#$%#$ ว่าอะไรไม่รู้ค่ะ
อ่านไม่ออก น้ำตาจะไหลเจ้พิมพ์ภาษาจีนมา

จนพิมพ์ไปแบบสุดๆแล้วว่า Can you just tell me what to do??? มรึงงงนาทีนั้นอะแบบ
จะเอาไงต่อกับชีวิตดีวะถ้าเจ้ทิ้งไปกลางทาง นี่ต้องจองฟุตบาตเลยนะ

ค่ะ
หมดความหวังนั่งน้ำตาริน.. ยังค่ะยังไม่รินเกือบแล้ว
ตอนนั้นก็ห้าทุ่มกว่าแล้วคนเริ่มซาๆแล้ว
แล้วจู่ๆก็มีป้าคนนึง ผู้หญิง ทำท่าดูเหนื่อยๆ
วิ่งมาหาดิฉัน ที่เลิกมองหาป้าแกตั้งนานแล้ว
.
เข้ามาทักว่าใช่มั้ย.. ใช่ค่ะเจ้ ใช่ค่ะ ได้โปรดอย่าทำแบบนี้ไม่ว่ากับใครอีกรู้ไหมมมมมม ไม่ดี!!

อ่าเจ้นำทางมา.. เป็นตึกที่ด้านล่างดูเป็นร้านค้า โบราณๆ มีทางเข้าออกสองทาง มีคนเฝ้าที่ห้องมีลูกกรงบังไว้ แล้วคอยถามว่าใครอะไรทำนองนี้มั้งคะ เดา ฟังไม่รู้เรื่อง แล้วเจ้ก็หันไปบอกแล้วชี้ที่เรา.. คงประมาณว่า เนี่ยเค้าเป็นแขกให้เค้าเข้าออกได้ตลอดเลยนะ มาค่ะ ขึ้นลิฟต์ไปชั้น14..

ด้านหน้าลิฟต์เดินเลี้ยวมาทางขวา ก็จะเป็นห้องของเจ้แกค่ะ แกสอนไว้ว่าจะไม่ล็อกประตูด้านนอกจะแง้มไว้นะ แต่กุญแจห้องจะซ่อนไว้ให้… ตอนนั้นก็คิดว่าไม่แย่นี่นา ไม่แย่เลยยยยยยก็คงเป็นคนฮ่องกงระดับปานกลาง

ซ่อนไว้ตรงนี้ ลองคลำดูซิ

เจอล้าววววววว จำไว้ให้ดีๆนะยู รอบหน้าไอไม่ได้มารับแล้ว

อะลองเปิดดู แบบนี้นะ

เข้าไปถึงก็เปิดประตูสุดไม่ได้ ติดเตียงค่ะ
ตกใจเหมือนกัน

นี่คือกลางห้อง
มีเตียงสองชั้น อยู่สองแห่ง มีประมาณสามห้อง
แต่คิดว่าอยู่กันประมาณ5-6คน
.
ฉันแค่ไม่คิดว่าเค้าจะเอาบ้านที่เค้าอาศัยอยู่จริงๆ
อยู่ ณ ตอนนั้นๆเลยอยู่กันเยอะด้วยมาเปิดให้เรานอน
ฉันแค่คิดว่าถ้าจะทำแบบนี้คงต้องเป็นบ้านเป็นหลังใหญ่ๆหน่อย
หรือไม่ก็คง..เป็นห้องที่ไม่ได้อยู่ แต่เป็นห้องที่2 3 4 มาปล่อย
ไม่ค่ะ คิดผิด…
.
ตอนนั้นจากเกรี้ยวกราด.. พายุเริ่มสงบลงเปลี่ยนเป็นสงสารแทน

ตรงนี้เป็นที่นอนของลูกๆเค้าค่ะ
ฉันเริ่มรู้สึกได้ เริ่มเห็นภาพว่าพวกเขามีชีวิตกันยังไง
แค่สองคนเราว่ามันยังแคบไปเลย
ห้องแทบไม่มีหน้าต่าง ไม่มีรูระบายอากาศอะไรเลย

ที่เห็นชัดสุดคือ
พวกเขาไม่มีบริเวณพอจะได้ตากผ้าค่ะ
มันจะถูกแขวนไว้ตามขอบเตียง แทบทุกเตียง
ของทุกอย่างก็ต้องซุกๆไว้ตามซอกต่างๆในบริเวณที่จำกัด

ห้องก็จะมืดตลอดเวลาเพราะว่าไม่มีหน้าต่างให้แสงเข้าเลย
ต้องใช้ไฟเท่านั้น ถ้าไฟดับก็มีลำบากเลยเหมือนกัน

ตอนนั้นจากเกรี้ยวกราด.. พายุเริ่มสงบลงเปลี่ยนเป็นสงสารแทน

นี่ค่ะ.. ในความพื้นที่จำกัด
พวกเขาอาศัยกันแบบนี้
ฉันก็พึ่งทราบว่า ราคาอสังหาที่นั่นแพงมาก
แพงแบบแพงโคตรรรรรรรรร
ถ้าฉันมาอยู่ที่นี่ก็คงจะต้องมีชีวิตแบบนี้แน่ๆ

อะเนี่ย.. แขวนกันแบบนี้เลย ใช้ทุกพื้ืนที่ให้เกิดประโยชน์มากๆ
ตอนนั้นก็หันไปคุยกับเจ้แกดีๆว่า

ทำไมถึงไม่ค่อยตอบเรา ทำไมถึงตอบช้า
คำตอบดูไม่น่าจะฟังเท่าไหร่
คือ 1 ลูกชอบเอาโทรศัพท์ไปเล่นจึงไม่ได้ยินเสียง
2 ที่ตอบช้ามากๆเลยคือพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
จึงต้องใช้ google translate

ห้ะ.. นี่ทั้งหมดที่คุยมาคือใช้กูเกิ้ลแปลหรอ
เค้าก็พอฟังเข้าใจบ้าง แบบ บ้างเลยนะ
เค้าพยักหน้า.. เราก็แบบโถ่ สงสารมากๆเลยอะ
ใจตอนนั้นคือไม่โกรธไม่ขุ่นเคืองอะไรอีกแล้ว

ฉันยิ้มให้แกแล้วบอกว่า สู้ๆนะ พัฒนาต่อไป
แต่ให้ดีกว่านี้อะพยายามหน่อยนะพยายามตอบไปเถอะให้มันเร็วกว่านี้
เดี๋ยวโดนลูกค้าคนอื่นเขียนรีวิวว่าเอาป้าจะหาลูกค้ายากนะ

เดินเข้ามาก็เป็นห้องที่ฉันจะใช้นอนในคืนนี้ค่ะ
ป๊าดดดดดเปิดประตูสุดไม่สุด เปิดมาก็ติดเตียงเลย

แต่คิดว่านี่คงดีที่สุด ดีที่สุดในบ้านนี้ บ้านที่ซึ่งไม่มีระเบียง
ชะโงกดูหน้าต่างน้อยอันนั้น วิวไม่สวยเลยมีแต่ตึกที่พื้นก็เป็นขยะ

มีห้องน้ำน้อยอยู่ปลายเตียงนิดนึง
ถามว่าสบายไหม สบายค่ะ อยู่ได้

แต่ถ้าถามว่าคนในบ้านอยู่สบายไหม ไม่ค่ะ ไม่เลย
เค้ายอมเอาส่วนที่ดีที่สุดของบ้านให้แขก แล้วทุกคนในบ้านก็ไปเบียดเสียดกันเอาเอง

ห้องครัวก็เล็กมาก แบบมากกกกกกกกกกกอยู่ติดห้องนี้แหละเป็นแค่ผนังกั้นๆเป็นช่องเล็กๆ เป็นครัวที่รวมกับห้องน้ำแบบที่เราเห็นในข่าวนั้นล่ะ แต่ดีกว่าหน่อย หน่อยเดียวเท่านั้น!!

สรุปนะคะ ฉันอาจจะไม่ได้ไปนอนเบียดเสียดในรูเล็กๆแบบในรูป
ที่เคยดูตามข่าวเพราะเค้าเอาส่วนที่ดีที่สุดให้ฉัน แต่ฉันเห็นภาพปู่ย่าของเค้าคนแก่นอนเบียดกันที่เตียงสองชั้นอีกมุมนึงของห้อง ดิฉันไร้ความเกรี้ยวกราดหมดสิ้นทันทีที่เห็นสภาพความเป็นอยู่ของเขาค่ะ
ก่อนกลับเขาขอโทษฉันแล้วขอโทษฉันอีกเรื่องที่ไปรับช้า เรื่องที่ตอบไม่รู้เรื่อง.. เรื่ืองต่างๆ ฉันยิ้มให้เจ้แกสวมกอดแกหลวมๆ บอกแกว่าไม่เป็นไรนะ ฉันเข้าใจ
แต่เจ้ต้องปรับปรุงนะ.. เดี๋ยวคนอื่นไปรีวิวแย่ๆเจ้จะแย่เอา

ฉันเข้าใจวิถีของคนที่นี่ อาจไม่ทั้งหมดแต่ฉันเริ่มเห็นภาพ
ว่าการต้องดิ้นรนในเมืองใหญ่ๆนั้นมันเป็นยังไง
เขาอาจจะไม่ใช่คนระดับล่าง ซึ่งฉันคิดว่ามันคงจะมี
เค้าก็ไม่ได้สบายอย่างคนบ้านเรานะ
ทุ่งนา ไร่สวน ยังไงก็คงดีกว่าห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่มีแม้แต่ระเบียงหน้าต่างเลย.. อย่าว่าแต่หน้าต่างเลย ทีวีสักเครื่องก็ไม่มี

ถ้าเค้าต้องกักตัวเองอยู่ในบ้านที่ถูกออกแบบมาแค่ให้ใช้อาศัยนอนเพื่อตื่นไปทำงานเท่านั้น…. มันคงไม่แฮปปี้เลยเนอะว่าไหม

สุดท้ายเจ้ก็ส่งข้อความมาขอบคุณเราอีก ขอบคุณเราที่เราเข้าใจเขาไม่ไปเขียนรีวิวแย่ๆ เจ้แกคงมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยนะ
ท้ายที่สุดแล้วเมืองที่เจริญและดูเจริญก็อาจจะไม่ได้เป็นแบบที่มันแสดงออกให้เราเห็นเลยล่ะ ในมุมนึงอย่างที่มี มีทั้งความต้องดิ้นรนต่อสู้กับอะไรๆที่แสนแพง
ความเป็นคนจีนที่อพยพมา
ความที่พูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้เลยผิดกับที่เราตัดสินเขาไปเอง