Top
วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า…… และ และ และคลานออกมาจ้าาาาาา
อ่านประโยคข้างบนเป็นจังหวะเพลงได้นะ แต่มันคือเรื่องจริง!!!
นึกแล้วก็น้ำตาแทบร่วง
เคยได้ยินประโยคนี้มั้ยคะ
ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา
ดิฉันเองค่ะ 😭
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน ไม่รู้ผีสางนางไม้ตนไหนดลใจแหละ
เฮ้ยยไปเดินป่า ไปเดินขึ้นดอยกัน เท่ๆเก๋ๆตามสไตล์สาว(อยาก)เท่
ก็เลยโทรหารุ่นพี่ผู้หญิง พี่ว่างป่ะ ไปเดินขึ้นภูเขากัน
นางตอบกลับมาทันทีว่างจ้าา ไปเลยไหม..
ไม่บอกแล้วกันว่าเขาไหน.. ภูใด
เอาเป็นว่าที่ดังๆอ่ะ ดังมากกก
ตัดภาพมาทีทางขึ้นเขาเลยล่ะกัน เพราะขั้นตอนก่อนมาถึง
เกิดขึ้นอย่างไวมากหลังวางสาย 555
อิบ้าาาาที่ไหนกันนะ อยากไปก็ไปเลย
ณ.อุทยานแห่งชาติ แห่งหนึ่งเวลา 7.30
จนท:: บลาๆๆๆๆๆๆ นักท่องเที่ยวเข้าใจแล้วใช่มั้ยคะ
เรา :: ค่ะ
จนท :: ห้ามแบบนี้แบบนั้น บลาๆๆๆ นะคะ เข้าใจใช่มั้ยคะ
เรา :: ค่ะ
จนท :: จ่ายเงินตรงนี้นะคะ แล้วทางขึ้นอยู่ตรงนู้น ลูกหาบอยู่ตรงทางขึ้นค่ะ
เรา :: รับทราบค่ะ
เราก็เดินตรงปรี่ไปทางขึ้น.. ชุดพร้อม (คิดว่าพร้อมสุดละในตอนนั้น)
กางเกงยีนส์แหละ555 พี่ๆลูกหาบวิ่งมาถามว่าเอาลูกหาบไหม ราคาเท่านี้ๆ
ตอนนั้นหันไปคุยกับพี่สาวที่มาด้วย พี่เอาลูกหาบป่ะ นางครุ่นคิดอยู่แป๊บนึง
ลืมบอกไป นางก็มาครั้งแรกอ่ะ  ด้วยความที่เราอ่ะ..
คิดว่าฉันก็แบกเป้หนักๆงี้ไปตั้งหลายประเทศคนเดียวได้
ตอนม.ปลายก็เคยไปเดินเล่นกับพี่ๆป่าไม้อยู่นะ
ไอ้การหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองฝ่ายเดียวจริงๆลึกๆ ก็คืองกแหละ
เรา :: พี่เราไม่เอาลูกหาบอะ เดินแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ถึงแล้วมั้ง..
พี่ :: เออ ไม่เอาด้วย
และ….หายนะกำลังมาเยี่ยมเยือนเราหลังจากนี้ค่ะ
ท่านผู้อ่าน
เดินไปได้ชั่วโมงแรก.. เริ่มควานหาไม้ค้ำค่ะอีผี
ก่นด่าตัวเองในใจเบาๆสลับให้กำลังใจตัวเองไปด้วย
ราวกับคนเป็นไบโพล่า
“กุน่าจะจ่ายเงินให้ลูกหาบนะ” “ไม่ๆ เดี๋ยวก็ถึงแล้วชั้นทำได้”
ชั้นกลายเป็นคนเงียบขรึม หายใจโรยริน
หน้าแดงแป๊ดดดด ไม่พูดไม่จา และเดินไปเรื่อยๆ
เดินแล้วเดินอีก ที่เงียบไม่ใช่อะไร ทะเลาะกับตัวเองในหัวแหละ
จนคิดว่าน่าจะถึงครึ่งทางแล้วแหละ ชั้นคิดว่าทุกคนก็เคยเป็น
ไอ้ที่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเราเดินมาไกลแล้วแหละมั้ง เหนื่อยมากแล้วงี้
ความจริงทำเข่าทรุดเลย เมื่อเจอป้ายเป็นแผนที่แสดงจุดที่เราอยู่
คือชั้นอยากทุบป้ายนั้นทิ้งมากๆ มีไว้ทำไมคะ ไว้บั่นทอนกำลังใจหรอ
หน้าคนทำป้ายที่กำลังหัวเราะเยาะเย้ยลอยมาเลยค่ะ
อารมณ์ว่า .. “อย่าพึ่งดีใจ.. ฮ่าๆเมิงต้องเดินอีกไกล!!”
ชั้นเดินมาถึงจุด..ที่แวะขายน้ำของชาวบ้าน
คำแรกที่ฉันถามหาไม่ใช่น้ำค่ะ
ฉัน :: ป้าาาคะ หนูอยากจ้างลูกหาบค่ะ หนูไม่ไหวแล้ว
ป้า :: หนู เค้าต้องจ้างตั้งแต่ก่อนขึ้น ป้าว่าหนูอดทนอีกนิด
เดี๋ยวก็ถึงแล้ว
ฉัน :: ….. สิ้นเสียงของป้านั้นเหมือนโลกทั้งใบถล่มอะ
ฮืออออีกนิดบ้าไรกันล่ะส่วนพี่สาวที่มาด้วยนั้นก็เหนื่อย
แต่ยังไหวอยู่
เราอดทนจนเดินไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ 7โมงเช้า
จนตอนนี้บ่ายสามโมงแล้ว ป่าก็มีหลายบรรยากาศเกิ๊นนนนน
เดี๋ยวป่าแล้ง ป่าไผ่ ป่าชื้น โขดหิน
เหมือนมาริโอ้ มีหลายๆด่าน หลายๆเลเวล ซึ่งแม่เจ้าจะชันไปไหนอะ
ฉันจำภาพนี้ได้แม่น มาถึงจุดนึงที่เกือบถึงยอดแล้วแหละ
แต่มันเป็นโขดหินใหญ่ๆ ชันๆ ต้องปีนซิกแซกไปมา
ในขณะนั้นมีคนมาข้างหลังแล้วแซงชั้นไป
ใช่ค่ะ เขาคือคุณยาย นุ่งสีขาวทั้งชุดหัวล้าน หรือเรียกง่ายๆว่าแม่ชี
ชั้นตะโกนไปสุดเสียงตอนคุณยายกำลังแซงชั้นไป
ยายยยยยยยยยคะ ไม่เหนื่อยบ้างหรอ?
โอ้ยยไม่เหนื่อยเท่าไหร่ ยายยังไหวอยู่
ยายอายุเท่าไหร่แล้วคะ ชั้นถามยายอีกครั้งเพราะอยากรู้จริงๆ
“ยายอายุ72แล้วจ้ะ”
ที่พีคกว่านั้น ฉันเหลือบไปมองรองเท้ายายค่ะ
ยายใส่ช้างดาว อยากจะเอามือทาบอก!แต่ทำไม่ได้นะเกาะก้อนหินอยู่
แล้วยายก็แซงหน้าฉันหายไป.. หายไปเลย
ถึงยอดแล้ว
ปรกติฉันเป็นคนไม่ค่อยทำตามใครเท่าไหร่
ถ่ายกับป้ายอะไรพวกนี้ก็ไม่ค่อยชอบทำเพราะคนเยอะ
แต่ฉันขอเถอะครั้งนี้ ฉันต้องถ่ายกับป้ายให้ได้
เพราะคิดในใจ “กูจะไม่มาแล้วว” ฮือออ
ฉันมองหาที่พัก จุดต่างๆซึ่งมันไม่เจอจึงไปถามจนท.ว่าต้องไปต่ออีกหรอ
จนท.บอกว่าต้องไปต่ออีกสองถึงสามโล โอ้โหหหหหหหหหหหหหหหหห
ค่ะ ฉันเริ่มหัวหมอ ถามจนท.ว่ารถคันนี้ที่จอดอยู่จะเข้าไปอีกเมื่อไหร่
เค้าบอกว่าประมาณ 50นาที เลยบอกไปว่าพี่คะ… หนูจะเดินไปเรื่อยๆ
พี่ขับผ่านรับหนูไปด้วยนะคะ..จำหน้าหนูไว้ให้ดีๆนะ…ได้ๆ.. พี่จนท.ตอบ
และฉันก็เดินอย่างเชื่องช้า เริ่มหาเรื่องอู้
เริ่มแวะถ่ายรูป เริ่มอะไรต่างๆนาๆ ไม่ใช่อะไร
ฉัน “รอรถ” จ้าาาาาาาาา
แล้วรถก็มาจ้า…พี่เค้าไม่ลืมจริงด้วยอะ ฉันรีบกระโดดขึ้นท้ายกระบะ
อย่างไวอ่ะ เสร็จแล้วรถก็แล่นไป ผ่านหน้านทท.คนอื่น
เค้าก็ทำหน้างงๆนะว่าอีนี่ เกาะรถไปได้อย่างไร
ซึ่งแน่นอน ไม่รู้สึกอายแล้วล่ะ เหนื่อยจนหน้าแดงเหมือนโดนตบ
และแล้ววว ชั้นก็มาถึงที่.. ข้างบน
ตั้งแต่7โมงเช้าถึง5โมงเย็น !!!!!!!!!!!!!!!
EP ที่ >> 2

post a comment