Langkawi Island, Malaysia

เกาะทางใต้ แต่อยู่ประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้.. ห่างจากประเทศไทยเพียงแค่ 1ชม.
จะเรียกให้เป็นบาหลีน้อยๆก็ย่อมได้
ห่างจากประเทศไทยไม่มากแต่เมื่อก้าวขาขึ้นไปบนเกาะแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างต่างจากประเทศไทยอย่างชัดเจน

ทั้งภาษา.. ค่าเงิน.. อาหารการกิน.. หรือแม้แต่การเติมน้ำมันที่ปั๊มแล้วก็ต่างจากประเทศไทยลิบลับ ที่นี่จึงทำให้เป็นเกาะหนึ่งที่หน้าสนใจสำหรับใครที่อยากเริ่มต้นเดินทางไปต่างประเทศแบบง่ายๆ จะไปคนเดียวก็รอด ไปกับเพื่อนก็รอดค่ะ

การเดินทางนั้นไม่ยากเลย……. เดินทางไปที่จังหวัดสตูล จังหวะที่มีเกาะอาดัง ลาวี หลีเป๊ะ
เป็นของตัวเองแล้วมุ่งตรงไปยังท่าเรือ “ตำมะลัง” ท่าเรือนี้อยู่ในเมืองค่ะ แค่สิบนาทีก็ไปถึงแล้ว ท่าเรือเป็นท่าเรือที่สะอาด ปลอดภัย จอดรถทิ้งไว้ที่นี่หลายๆวันได้เลย ฟรีด้วย

ในท่าเรือจะมีทั้งเคาท์เตอร์ขายตั๋ว ที่แลกเงิน และตม.ขนาดย่อมๆ ซึ่งจำเวลาในรูปได้เลย เรือมีแค่สองรอบเท่านั้น แล้วมาซื้อเอาที่นี่ได้เลยค่ะ ไม่ต้องจองมาก่อน ราคาตกอยู่ที่ 350 บาท สำหรับหนึ่งขา… ที่สำคัญอย่าลืมพกพาสปอร์ตไปด้วยนะคะ

ส่วนการเดินทางก็ง่ายมาก โชว์ตั๋ว พร้อมพาสปอร์ตยื่นเข้าที่ช่องตรวจคนเข้าเมือง จะมีทางบังคับเดิน มีเจ้าหน้าที่คอยบอกทุกอย่าง ง่ายดายมากๆค่ะ
เรือก็จะมีจอดรอรับเราอยู่ที่ท่าพอดี ข้างในเรือเฟอร์รี่ก็นั่งสบายค่ะ เพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นก็ถึงแล้ว

เมื่อมาถึงแล้วก็เดินไปตามทาง ผ่านตม.ของที่ท่าเรือ แล้วเดินเข้ามาก็จะเจอคล้ายๆมอลล์ขนาดย่อมๆที่ขายของ Duty free ค่ะ นอกจากนั้นจะมีพวกร้านเช่ารถยนต์ เช่ามอไซต์มายืนดักรอเราเพียบเลย เลือกเอาเลยค่ะ ไม่ต่างกันมาก…

บอกเค้าว่าเราต้องการซิมส์การ์ด
เค้าก็มามาแวะร้านขายซิมส์ด้วย สนนราคาที่ประมาณ 200 บาท เท่านั้นเองค่ะ ใช้ได้ 7 วัน
ถือว่าคุ้มค่าเหมือนกัน

เมื่อทำสัญญาเช่ารถ จ่ายเงินมัดจำแล้ว พี่เค้าก็พามาที่รถค่ะ
รถยนต์จะ 500 บาทต่อวัน มอไซต์จะ 200 บาทต่อวัน
โซเนียเช่ามอไซต์ไป2วัน
***คำแนะนำเล็กน้อย.. หากไปหน้าร้อนเช้ารถยนต์เถอะค่ะเดี๋ยวจะเป็นฮีทสโตรกเอาเพราะแต่ละย่านห่างกันประมาณ 10-20 กิโลเชียว
ถนนหนทางก็ขับไม่ยากค่ะ ถนนดี ป่าเยอะ

เมื่อเก็บของอะไรเรียบร้อย ไม่ให้เป็นการเสียเวลา.. สถานที่แรกที่เราไปก็คือหลุมศพพระนางมัสสุหรี ซึ่งมีความสำคัญและทำให้เกาะลังกาวีนี้มีชื่อเสียงจากตำนานของเธอเลย
หาอ่านตำนานที่เป็นเรื่องจริงๆได้ไม่ยากค่ะ เยอะแยะมาก
ภายในก็เป็นหลุมศพ บ้านจำลองแบบสมัยก่อน และร้านอาหาร
ที่นี่ไม่อยากให้คาดหวังความสวยงาม แต่อยากให้มาเพื่อรู้ถึงวัฒนธรรมแก่นแท้ความสำคัญของเกาะที่เรามาค่ะ

กิจกรรมต่อมาก็คือ.. พิพิธภัณฑ์กลับหัว ถ้าเกิดเคยไปแล้วที่อื่น ที่นี่ข้ามไปเลยก็ได้ค่ะ
เสียค่าเข้า 25RM

ที่ต่อมา มาฆ่าเวลายามบ่ายด้วยการเดินช็อปปิ้ง Duty free ในย่าน Kuah ใกล้ที่พัก
ค่ะที่นี่จะมี Duty free เป็นช็อปเล็กๆ เต็มไปหมดเลยค่ะ มีแทบทุกมุม จุดนี้ซ่อนอยู่ในห้างสรรพสินค้าเล็กๆ มีชาวต่างชาติมากมายมาเดินเล่น ขนมช็อกโกแลต และพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอร์จะเป็นสินค้าหลักๆที่นี่ จบตอนบ่ายก็เข้าที่พัก พักผ่อนค่ะ



ค่ำนี้.. เราสำรวจย่านท่องเที่ยว ที่ห่างจาก kuah ประมาณ 10+ กิโล นั่นก็คือ Pantai Cenang ที่นี่จะเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวเยอะมาก เรียกได้ว่าศูนย์รวมนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้
ยามค่ำคืนจึงครึกครื้นเป็นพิเศษ มีอาหารหลายสัญชาติให้เราได้เลือกรับประทานกันด้วยค่ะ

สำหรับเช้าวันนี้… หลังจากทานอาหารอะไรที่โรงแรมเรียบร้อยแล้ว
จุดมุ่งหมายวันนี้ก็คือ Oriental Village ที่นี่คือจุดขึ้น Cable Car ยอดฮิตของเกาะนี้เลยทีเดียวค่ะ
ค่าขึ้นก็อยู่ที่คนละ 55RM ตั๋วจะสามารถเข้าชมทั้ง 3D art museum และจุดต่างๆได้อีก
Cable car จะมีจุดจอดพักสองจุดค่ะ เมื่อขึ้นไปแล้วครึ่งทางจะเป็นจุดแรก

นี้คือจุดแรกที่สามารถลงมาถ่ายรูปได้

เดี๋ยวไปขึ้นจุดที่สุดท้ายกัน เพื่อไปเดินชม Sky Bridge

ขึ้นมาถึงแล้วจะมีช่องขายตั๋วค่ะหากขึ้นลิฟต์จะมีราคา 15RM แต่หากเลือกเดินซึ่งห่างไปแค่ 150เมตร จะราคา 5RMค่ะ
เราเลือกเดินก็เพราะว่าลิฟต์คนเยอะมาก

นี่เป็นบรรยากาศข้างบน..

วิวทะเลจาก Cable Car ค่ะ

ถ่ายบนสะพานแขวน

กลับลงมาก็จะมี 3D Art ให้เข้าชมโชว์สายรัดข้อมือแล้วเดินเข้าไปได้เลย

ขากลับเราเจอ.. ร้านอาหารท้องถิ่นเล็กๆเป็น Food Truck ก็เลยแวะเพราะบรรยากาศริมทะเลสุดชิลล์เลยค่ะ
เราสั่งอาหารที่มีทุกอย่างในร้าน ซึ่งมันก็จะมีอยู่ไม่กี่อย่างเท่านั้น และสามารถพบได้ทั่วไปริมข้างทางทั้งเกาะ เพราะมันคืออาหารมาเลย์ค่ะ

บรรยากาศดีมาก มีเรือยอร์ชมาจอดเต็มไปหมดเลย

ถ่ายกับรถอาหารสักหน่อย

จุดที่เราจะแวะต่อไปนี้ก็เป็นเพียงจุดเล็กๆ อาทิเช่น พิพิธภัณฑ์ข้าว
จุดขายอาหารข้างสนามบิน
และหาด Pantai Cenang ที่มาเมื่อวาน .. แต่ทั้งเกาะยังมีกิจกรรมอยู่อีกมากมายที่รอให้ไปทำ ยังมีหาดอยู่อีกครึ่งที่รอให้ไปสำรวจ ซึ่งคงต้องเก็บไว้เป็นรอบหน้าค่ะ

ตกเย็นเราก็มาเดินเที่ยวตลาดกลางคืน.. ซึ่งตลาดกลางคืนจะมีทุกวัน
แต่ต้องเช็กให้ดีว่าอยู่โซนไหนของเกาะ…… โชคดีว่าวันที่เราไปนั้นตลาดได้อยู่ใกล้กับที่พักพอดี

ตลาดจะมีขนาดใหญ่.. มีขายทุกอย่าง ตั้งแต่อาหาร ขนม เสื้อผ้า ของใช้ รวมไปถึงสัตว์อย่างเช่นไก่ในรูปค่ะ อาหารก็จะมีหน้าตาที่คุ้นเคยบ้าง และไม่คุ้นเลยก็มี…
ราคาไม่แพง เลือกชิมได้เลย หลังจากนั้นก็กลับที่พักซื้ออาหารไปนั่งพักผ่อนชิลๆที่ห้องต่อ

วันรุ่งขึ้นต้องคืนรถก่อนเที่ยง…
ซึ่งเราไปก่อนเวลาหลังจากนั้นเราก็ไปเดินซื้อตั๋วขากลับระหว่างนั้นเราก็ช็อปปิ้งขนมของฝากไปๆพรางจนถึงเวลากลับพอดีค่ะ 🙂 ขากลับไม่ยากเหมือนกัน ห้องโถงอะไรสังเกตง่าย ทางขึ้นเรือก็สังเกตง่าย แต่ขากลับคนจะเยอะกว่าขามามาก

เป็นทริป 3วัน2 คืนที่ไม่เลวทีเดียว ได้ประสบการณ์ใหม่ๆได้บรรยากาศใหม่ๆ จากประเทศเพื่อนบ้านค่ะ ใครสนใจก็ลองไปตามได้เลยยยย

Share:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *