Top

ที่แห่งนี้มีชื่อว่า “เขาสก” ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

หากนึกถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เราคงนึกถึงอะไรไปไม่ได้นอกจากทะเล!
โดยเฉพาะเกาะพงัน ที่โด่งดังไปทั่วโลก เป็นจุดมุ่งหมายของสายปาร์ตี้!
แต่วันนี้เราจะไม่ไปทะเลค่ะ เราจะไปเข้าป่า!!
เขาสก.. ตั้งอยู่บนอาณาบริเวณของ 2 อำเภอ นั่นก็คือ
อำเภอพนม และ อำเภอบ้านตาขุนค่ะ เป็นที่ๆมีเขาสูง
สลับซับซ้อนและนี่แหละค่ะคือไฮไลต์ของทริปนี้

เผยไต๋กันตั้งแต่ต้นเรื่องเลยแล้วกันเนอะ
กิจกรรมที่ชวนให้มาที่นี่มีหลายอย่างม๊ากกก
ตัวอย่างเช่น
1. ล่องแพไม้ไผ่  2.พายเรือแคนนู
3.เดินป่าขึ้นเขา  4.ไปเขื่อนเชี่ยวหลาน
ซึ่งเราจะทำ3ใน4 นี้นะ

เรามาเริ่มทริปกันตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเลยยยยย
ก่อนอื่นเราต้องเช็กอินเข้าที่พักก่อน

ที่พักที่โซเนียมาพักวันนี้นั้นชื่อว่า Anurak community lodge ค่ะ
เป็นที่พักท่ามกลางป่าซ่อนอยู่ตีนภูเขาหิน.. อลังการมากๆ
เริ่มต้นคืนละ 2,xxx สามารถจองได้ผ่าน app ทั่วๆไปเลยค่ะ

บรรยากาศจากที่พักของเราทริปนี้ รู้สึกคุ้มค่ามากๆ
ปรกติที่นี่มักจะมีแต่ชาวต่างชาติ และคนไทยมาน้อยมากๆ

โซเนียถ่ายจากห้องอาหาร..
และนั่นวิวที่อยู่รอบๆที่พักจากห้องอาหาร
อลังการมากๆขอบอก

เมื่อเก็บสัมภาระเสร็จ.. เราก็ไปเริ่มภาระกิจ
Adventureทริปนี้ของเราทันทีค่ะ
กิจกรรมแรกก็คือเราจะปั่นจักรยาน
ไปในหมู่บ้านที่อยู่ที่นี่โดยมีพี่ไกด์จาก
โรงแรมจะพาเราไปค่ะ

จุดแรกที่เราแวะก็คือ
ฟาร์มด้วงสาคูค่ะ… ซึ่งเป็นตัวด้วงที่เพาะเลี้ยง
ขึ้นมาเพื่อขาย เป็นอาชีพของคนที่นี่อยาก
จะบอกว่าราคาสูงมากๆด้วย และขายดีสุดๆ
ต้องจองกันเลยทีเดียวเชียว รสชาติเป็นอย่างไร
โซเนียก็ยังไม่กล้าลองค่ะ 55 แต่ที่นี่
เพาะเลี้ยงแบบครบวงจร
ตั้งแต่เกิดจนโต โดยใช้เพียงกะละมังเท่านั้น

แวะจุดแรกแล้ว..ก็ไปจุดต่อไปกันเล้ยยย
นั่นก็คือ.. สวนผลไม้!! มีผลไม้หลายชนิด
และมีชนิดหนึ่งที่โซเนียไม่เคยรู้จักเลยด้วย
ทางที่ปั่นจักรยานผ่านก็บรรยากาศดีสุดๆ

ผลไม้ที่สวนของลุงๆป้าๆก็สามารถเก็บทานได้เล้ยย
ชิมกันสดๆได้เลย พี่ไกด์เก็บให้ทานเยอะเชียวค่ะ 

จุดต่อไปก็คือ.. วัดถ้ำปลา
มีถ้ำและมีปลาด้านหลังติดกับแม่น้ำเลย
วัดนี้มีความเก่าแก่ และมีประวัติยาวนาน
ผูกพันธ์
กับชุมชนแห่งนี้ตั้งแต่คนสร้างขึ้นเลยยยย
อยากรู้ลึกกว่านี้
ต้องมาดูเองนะ 

จุดต่อไปมาถึงแล้ววววว.. นั่นก็คือจุดที่จะต้องไปล่องแพไม้ไผ่
ถ้าเราเลือกพายแคนนูแทน เราก็จะต้องพายเองนะ อิอิ
แต่ถ้าเราเลือกแบบคลาสสิคนั่นก็คือการล่องแพไม้ไผ่
เราก็แค่นั่งชมบรรยากาศจ้า

จุดนี้จริงๆต้องปั่นมาเอง.. แต่จักรยานยางแบนตั้งแต่ไปถึงวัด
ตอนนี้โรงแรมก็เลยเอารถมาส่งเราแทนจ้า

การล่องแพนี้นะคะจะใช้เวลาไม่นาน ก็จะล่องมาถึงจุดพัก
ซึ่งเป็นเกาะกลางน้ำเล็กๆคุณลุงจะจอดแพที่ตรงนี้
และเริ่มต้มน้ำกับกระบอกไม้ไผ่ เพื่อชงชาและกาแฟให้เราค่ะ
ซึ่งก็จะใช้แก้วจากกระบอกไม้ไผ่เช่นกัน คุณลุงบอกว่า
เตรียมเหลาไม้มาจากที่บ้านแล้วล่ะค่ะ แล้วก็ให้เราเก็บ
แก้วกับช้อนไว้เป็นที่ระลึกด้วยยยยย น่ารักมากๆ

สถานีสุดท้ายของวันนี้ก่อนกลับที่พัก… นั่นก็คือ
ปางช้างค่ะ เราจะมาเจอลุงช้างที่นี่
แล้วจะพาลุงช้างไปเดินเล่นกับบรรยากาศฟินๆ

ลุงช้างที่นี่มีอายุเยอะแล้ว อยู่ประจำการที่นี่มานานแล้วค่ะ
ไม่ได้พาลุงไปอาบน้ำ..เพราะคิดว่าอาบบ่อยๆคงไม่ดี
เลยเลือกพาไปเดินเล่นแทน.. ซึ่งวิวข้างหลังที่ได้ถ่ายกับลุงช้าง
ขอบอกเลยว่าสุดยอดมากๆ เอกลักษณ์สุดๆ
หลังจากนี้เราก็กลับเข้าที่พัก ทานอาหารค่ำและพักผ่อนค่ะ

ภาระกิจสุดท้ายของพี่ไกด์ที่ดูแลเราในวันนี้คือ
ทำ Jungle Dinnerให้เราทานค่ะ ทานพร้อมๆกับแขกคนอื่นๆ
เป็นดินเนอร์ก่อนเข้านอนในคืนนี้ค่ะ
ทานท่ามกลางธรรมชาติ โต๊ะไม่ไผ่ กับกระบอกไม้ไผ่
ดีสุดๆ 

Day2

เราออกจากที่พักตั้งแต่สายๆ หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ
ที่พักก็จัดเตรียมรถตู้มารับเพื่อที่จะพาเราไปที่เขื่อนเชี่ยวหลาน

ช่วงที่เรามาเป็นหน้าฝนก็เลยต้องล่องเรือแบบฝนๆ
ไปจุดแวะต่างๆที่เป็นไฮไลต์ที่นี่ ไม่ร้อนแถมเย็นมากๆ
พอช่วงไหนฝนเริ่มซาก็รีบถอดเสื้อกันฝน
ออกมาเก็บภาพซะหน่อยค่ะ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้รูปเยอะ
เท่าที่คาดหวังไว้เพราะว่าฝนตกนั่นเอง!! 

กลับจากเขื่อนก็หมดเวลาครึ่งวันแล้ววววววววว
กลับมาถึงบ่ายๆเราก็ไปต่อกันเลยที่ “รุ่งฟ้าฟาร์มสเตย์”
ซึ่งที่นี่โซเนียชอบมาก เราจะมาเดินเก็บผักสดๆ
มาทำอาหารแบบบ้านๆกันเลย จริงๆที่นี่คือ Cooking class อาหารไทยพื้นๆ
แต่ด้วยความที่เราก็คนไทยแล้วไม่ต้องสอนอะไร วันนี้จึงเหมือน
เป็นการมาทำอาหารทาน เยี่ยมบ้านพี่บ้านน้องทำนองนั้นค่ะ
ที่สำคัญ.. ผักที่นี่ออแกนิคทุกอย่างจ้า คอนเฟิร์ม

แต่มันสนุกมากๆตรงที่พี่เจ้าของคุยสนุกสุดๆ
เราช่วยกันเดินเก็บผักในสวนของพี่เขา
แม้แต่ไข่ก็เก็บกันสดๆ.. และนั่นก็คือลูกของเจ้าของ
ที่กำลังสอนโซเนียคั้นน้ำกะทิ ชื่อน้องฟ้าใส
น้องเก่งมากๆค่ะพูดภาษาอังกฤษคล่องสุดๆ

เตรียมอาหารกัน.. จะออกมาอร่อยมั้ยน้าา รอดูค่ะ

อาหารทำออกมาเยอะมากๆ เรานั่งทานพร้อมๆกัน
พูดคุยกันราวกับว่าเป็นญาติพี่น้องไม่ได้เจอกันนาน
อบอุ่นมากๆค่ะ ดีใจที่มา และอยากแนะนำทุกคนให้มา
มาลองเที่ยววิถึนี้กันดู 
Day1 (ลอกได้เลยตามสบาย)
+ปั่นจักรยานสัมผัสชีวิตบ้านๆ
+ทดลองกรีดยาง
+ดูด้วงสาคู
+กินผลไม้สดๆกลางสวนผลไม้
+ทั้งมังคุด ละไม
+แวะสำรวจถ้ำ
+ให้อาหารปลา
+ล่องแพไม้ไผ่
+พายเรือแคนู
+นั่งจิบกาแฟบนแพกลางแม่น้ำ
+เดินเล่นกับช้างกลางขุนเขา (หมอกเพียบ)
+ดินเนอร์แบบป่าๆ Jungle Dinner
Day2
+ล่องเรือเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน
+ทานอาหารกลางวันแบบใกล้ชิดวิวเขาแบบ360

+ไปสวนผักออแกนิค Rungfah Farm Stay

+ขุดดินเก็บสมุนไพรเด็ดผัก
+ให้อาหารปลา เก็บไข่สดๆ
+เรียนทำอาหารกับชาวบ้านฉบับสุราษฏร์แท้ๆ
+นอนฟังเสียงนกใจกลางธรรมชาติ

ใครอยากได้ทั้งทริปแบบนี้ก็ไปจองที่พักที่
Anurak community lodge ได้เลยค่ะ
คือโซเนียไม่ได้วางแผนเที่ยวเองแค่บอกที่พัก
ว่าอยากได้แบบไหน เค้าก็จัดมาให้หมดเลย
มันคุ้มมากที่เราไม่ต้องไปหาเองให้เสียเวลา
มันดีจริงๆ !